โครงการคนละครึ่งพลัส ปี 2568 เริ่มให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 โดยเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ที่รัฐบาลช่วยจ่ายค่าสินค้าและบริการให้ 50% ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โครงการนี้เปิดให้ประชาชนที่ไม่อยู่ในระบบภาษีได้รับเงิน 2,000 บาท และผู้ที่อยู่ในระบบภาษีได้รับ 2,400 บาท โดยสามารถใช้จ่ายได้สูงสุดวันละ 400 บาท (รัฐช่วยจ่าย 200 บาท ประชาชนจ่ายเอง 200 บาท) ตลอดระยะเวลา 2 เดือน จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568
สินค้าและบริการที่ใช้จ่ายได้
อาหารและเครื่องดื่ม
ร้านอาหารและเครื่องดื่มทุกประเภทที่ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อแบบแฟรนไชส์สามารถใช้คนละครึ่งพลัสจ่ายได้ รวมถึงร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านคาเฟ่ หาบเร่แผงลอย และรถเข็น นอกจากนี้ยังสามารถสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ได้ ได้แก่ Grab, Lineman, Robinhood และ ShopeeFood โดยเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568
สินค้าทั่วไปและของใช้ในชีวิตประจำวัน
ประชาชนสามารถใช้สิทธิซื้อสินค้าทั่วไปและของใช้ในชีวิตประจำวันได้ที่ร้านค้าต่างๆ เช่น ร้านขายของชำ ร้านธงฟ้า และร้านค้า OTOP สินค้าเหล่านี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนได้อย่างแท้จริง
บริการด้านความงามและสุขภาพ
โครงการนี้ครอบคลุมบริการด้านความงามและผ่อนคลาย ได้แก่ บริการนวด สปา ทำเล็บ และทำผม บริการเหล่านี้เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้หลากหลายมากขึ้น
บริการขนส่งสาธารณะ
ความพิเศษของโครงการคนละครึ่งพลัสรอบนี้คือการขยายให้ครอบคลุมบริการขนส่งสาธารณะด้วย ได้แก่ รถแท็กซี่มิเตอร์ รถตู้โดยสาร รถสามล้อ (ตุ๊กตุ๊ก) รถสองแถว มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถไฟฟ้า และเรือโดยสาร อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการขนส่งต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและมีแอปพลิเคชันถุงเงินเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
สินค้าและบริการที่ซื้อไม่ได้
โครงการคนละครึ่งพลัสมีข้อจำกัดสินค้าและบริการบางประเภทที่ไม่สามารถใช้สิทธิได้ เพื่อให้โครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือค่าครองชีพ สินค้าและบริการต้องห้าม ได้แก่ สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด (เหล้า เบียร์ ไวน์) ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า ข้อจำกัดเหล่านี้ช่วยให้โครงการมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการใช้จ่ายในสินค้าและบริการจำเป็นเท่านั้น
เงื่อนไขการใช้สิทธิ
ประชาชนที่ได้รับสิทธิต้องใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเท่านั้น โดยรัฐบาลจะช่วยจ่าย 50% และผู้ใช้สิทธิต้องจ่ายเอง 50% กำหนดให้ใช้วงเงินคนละครึ่งพลัสไม่เกินวันละ 200 บาท เมื่อรวมกับเงินของตัวเอง ไม่เกินวันละ 400 บาท ข้อดีของโครงการคือหากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน ยอดเงินที่เหลือจะถูกคืนเข้ายอดรวมในแอปฯ เป๋าตัง และจะคำนวณสิทธิใหม่ให้ตอน 06:00 น. ของทุกวัน เพื่อนำไปใช้ในวันถัดไปได้
การใช้จ่ายต้องทำผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสเท่านั้น ในช่วงเวลา 06:00-23:00 น. ของทุกวัน และห้ามรับหรือแลกเป็นเงินสดเด็ดขาด ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องเริ่มใช้จ่ายครั้งแรกก่อนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ไม่อย่างนั้นจะถูกตัดสิทธิการใช้งาน
สรุป
โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโอกาสดีสำหรับประชาชนในการลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ด้วยการใช้จ่ายที่หลากหลายทั้งอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป บริการความงาม และขนส่งสาธารณะ ประชาชนควรวางแผนการใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการตลอดระยะเวลา 2 เดือน อย่าลืมตรวจสอบว่าร้านค้าที่ต้องการใช้บริการได้เข้าร่วมโครงการหรือไม่ และเติมเงินเข้า G-Wallet เพื่อร่วมจ่ายกับรัฐบาลได้อย่างสะดวก

